จีนมีประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 5000 กว่าปีและเป็นประเทศที่มีอารยธรรมที่เก่าแก่และรุ่งโรจน์ที่สุด 1 ใน 4 ของอารยธรรมโลก รวมทั้งบาบิโลนโบราณ อียิปต์โบราณ อินเดีย และจีน ราชวงศ์แรก
ของจีนคือราชวงค์เซี่ย2100-1600 ปีก่อนคริสตกาลในยุคนี้อารยธรรมจีนเริ่มก่อกำเนิดมีการคิดค้นระบบการชลประทานและ
การทำนาเมืองหลวงตั้งอยู่ที่อำเภอเติงเฟิง มรฑลเหอหนาน

ต่อมาคือราชวงศ์ซาง 1600-1100ปี ก่อนคริสตกาล ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายฝั่งแม่น้ำฮวงเหอและลุ่มน้ำเว่ย ยุคนี้มีสังคมแบบคณาธิปไตยที่เน้นความสำคัญของครอบครัวยุดนี้เริ่มมีการผลิตโลหะ
สัมฤทธิ์เพื่อเป็นอาวุธและเคื่องใช้ต่างๆ ราชวงศ์โจว1100-221 ปี ก่อนคริสตกาล ซึ่งได้เข้ามาโจมตีอาณาจักรซางแล้ว สถาปนาราชวงศ์โจวขึ้นครอบครองดินแดน
กว้างใหญ่โดยนำระบบขุนนางที่ดินเข้ามาใช้
ระหว่าง 770-476 อำนาจของกษัตริย์ถูกลิดรอน ระบบขุนนางล่มสลายทำให้อาณาจักร
โจวแตกออกเป็นรัฐอิสระน้อยใหญ่ ในที่สุดรัฐฉินได้รวบรวมแผนดินเป็นอันหนึ่งอันเดียว
รัฐฉินเพื่อป้องกันการรุกรานของชนเผ่าร่อนเรทางเหนือ จึงเกณฑ์แรงงานคนจำนวนมากก่อ
สร้างเชื่อมกำแพงเมืองจีนให้เป็นแนวเดียวกันแต่เรื่องนี้ทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ในที่สุดราชวงศ์ก็ถูกล้มล้างต่อมาเป็นราชวงค์ฮั่น แต่ยุดนี้แบ่งเป็นสองยุดย่อย คือราชวงค์ฮั่นตะวันตก 206 ปีก่อนคริสตกาล- ค.ศ.8 และราชวงค์ตะวันออกค.ศ.23-220 ช่วงแรกๆเป็นยุดที่มีความเจริญมากที่สุดของราชวงค์ฮั่น เพระได้ให้ข้าราชการมีส่วนร่วมในการปกครอง ผ่อนคลายกฎหมายที่เข้มงวดแต่ยุดหลังๆกษัตริย์ไม่สอนใจบริหารการเมืองและใกล้คนชั่ว
ไกลคนดีอำนาจจึงตกอยู่กับพวกขันที สุดท้ายก็เกิดสงครามภายในประเทศจนกลายเป็นยุดสามก๊ก
หลังจากนั้นประเทศจีนเกิดการสู้รบอีกหลายครั้ง เกิดรัฐต่างๆอีกมากมายจนกระทั่ง
ราชวงศ์ สุย ค.ศ.581 ได้รวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น และก็ได้ฟื้นฟูกิจกรรมทางการเกษตรและ
เริ่มโครงการขุดคลองจิงหางต้ายุ่นเหอ แต่เรื่องนี้สร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎรเป็นอย่างมาก ในที่สุดก็เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย พลเมืองรวมตัวกันโค่นราบัลลังก์
ต่อมาคือราชวงค์ถัง ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.618 ยุดนี้เป็นยุดที่มีความเจริญร่ำรวยและความ
ยิ่งใหญ่มั่นคงมากที่สุดในช่วงราชวงค์ที่ผ่านมา เมืองฉางอาน นครหลวงมีพื้อที่ 84 ตารางเมตร
มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน ซึ่ง 1 ใน 10เป็นชาวต่างชาติ นับเป็นนครที่ใหญ่และทันสมัยมาก
ช่วงเวลาต่อมาเป็นราชวงค์ซ่ง ซึ่งก็แบ่งเป็นราชวงค์เหนือและใต้ ค.ศ.960-1279 ในสมัยนี้การเกษตรและการค้าของจีนเจริณรุ่งเรืองมากขึ้น มีการใช้ธนบัตร
ประดิษฐ์แท่นพิมพ์ มีการทำเหมืองทอง เงิน ทองแดง และมีกรรมวิธีหลอมเหล็กและทำกินปืน
เนื่องจากมีการประทะกับพวกชนเผ่าอยู่เสมอ ในที่สุดถูกราชวงศ์หยวนครองอำนาจ
ภายใต้การปกครองของราชวงศ์หยวน นั้น ชาวฮั่นถูกกีดกันข่มเหงทั้งทางสังคมและการเมือง ประชาชนอยู่ทนไม่ได้จนเกิดสงครามระหว่างราชวงศ์หยวนกับชาวฮั่น
ค.ศ.1386 กองทัพชาวนำโดย จูหยวนจาง ตั้งตนเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง จักรพรรดิ
หมิงองค์ที่ 3 ทรงย้ายเมืองหลวงจากเมืองหนันจิงมาที่เมืองปักกิ่ง
รัฐบาลกลางสมัยหมิงเข้มแข็งสนับสนุนการทหาร การเกษตร และชลประทาน ริเริ่มการปลูกฝ้าย และเก็บภาษีลดลง มีการส่งเรือเดินสมุทรออกไปสำรวจ ในยุดแรกๆจีนเจริญกว่ายุโรปทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคนิควิทยาการ

ปลายราชวงศ์หมิงความเจริญเริ่มชะงักงัน เนื่องจากข้าราชการต่างก็เก็บที่ดินเป็น
ของตนทำให้ประชาชนอดอยากแร้นแคน
ขณะที่บ้านเมืองระส่ำระสายชาวแมนจูฉวยโอกาศโค่นราชวงศ์หมิง และสถาปนาราชวงศ์ชิงขึ้นเมื่อ
ค.ศ. 1644 ในช่วงแรกของราชวงศ์ชิงซึ่งก็คือภายใต้การปกครองของกษัตริย์คังศีและเฉียน
หลงราชวงศ์ชิงขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจมั่นคง วัฒธรรมเริ่มเจริญรุ่งเรื่องอีกครั้ง ในสมัยนั้นมีชาวตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ศาสนาด้วย แต่ต่อมาในปลายศตวรรษที่ 18 จีนเริ่มจำกัดขอบเขตกลุ่มนักสนอนศาสนาและนักธุรกิจซึ่งทำให้อังกฤษและมหาอำนาจตะวันตก
เกิดการเสียดุลทางการค้าเป็นอย่างมาก ดังนั้นพวกอังกฤษและมหาอำนาจตะวันตกจึงนำสินค้า
ที่สามารถรักษาสมดุลการค้าได้ นั้นก็คือ ฝิ่น เข้ามาขาย แต่สินค้านี้ทำให้คนจีนติดฝิ่นจนอ่อนแอพร้อมกับการเกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างกว้างขวาง ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงส่งข้าหลวงใหญ่ไปกวางโจว เพื่อขจับฝินให้เรียบร้อยเสร็จสิ้น แต่เรื่องนี้ทำให้อังกฤษและมหาอำนาจไม่พอใจจีน สงครามฝิ่นครั้งที่ 1
และ ครั้งที่ 2 จึงเกิดขึ้น จีนก็แพ้ตลอด ต่อจากนั้นประเทศตะวันตก และญี่ปุ่นทยอยเข้ามารุกรานประจีน ประชาชนก็อดอยากแร้นแคนมากยิ่งขึ้นจนเกิดกบฏไท่ผิง และการปฏิวัตินำโดยดร.ซุนยัดเซ็น
ซึ่งเป็นบิดาแห่งประชาธิปไตยจีน 10 ตุลาคม ค.ศ.1911 จักรพรรดิชิงองค์สุดท้ายถูกบังคับให้ลงพระนามสละราชบัลลังก์ แต่ประเทศไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่ประขาขนหวังไว้กลับไปสู่การต่อสู้ระหว่างประชาชน
ประเทศอ่อนแอมากยิ่งขึ้น กองทัพญี่ปุ่นในปี 1937 จนเมื่อสงครามสงบในปี 1945
ประเทศจีนต้องการรัฐบาลที่เข้มแข็งทั้งทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง และจิตใจ
เป็นจุดนำมาซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่นำโดย เหาเจอตง
ผู้ซึ่งประกาศให้ประเทศจีนเป็น สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ซุ้มเหนือประตู เทียนอัน
เหมิน ของกรุงปักกิ่ง
นับจากนั้นประเทศชาติต้องอดทนต่อความยากลำบากหลายปี
ระหว่างการก้าวกระโดดไปข้างหน้าที่ยิ่งใหญ่กับการปฏิวัติวัฒนธรรม
ขณะที่มีการปฏิรูปที่ดินและ อุตสาหกรรม
ในปี 1982 เติ้ง เสี่ยว ผิง ขึ้นครองอำนาจพร้อมกับนโยบายปฎิเศรษฐกิจและเปิดประเทศ
สู่ประชาคมโลกทำให้ประเทศจีนได้ฟืนฟูอีกครั้ง