|
ง้อไบ๊
เขาง้อไบ๊ เรียกอีกชื่อ เอ๋อเหมยซาน เป็นภูเขาห่างจาก เฉินตู ราว 160 กิโลเมตร ชื่อของภูเขาแห่งนี้ได้มาจากรูปทรงของภูเขาที่มีลักษณะคล้าย คิ้ว ภูเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาและ ศาสนาเต๋าในประเทศจีนโดยมีอารามต่างๆ 151 แห่ง แต่ส่วนใหญ่ทรุดโทรม ยังคงเหลือที่เที่ยวชมได้ 20 แห่ง เอ๋อเหมยซาน ยอดเขาสูงถึง 3,077 เมตร ช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุม ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดหัวจ้วง
ประวัติและความเป็นมา
ในประเทศจีนมีการก่อสร้างวัดทางพุทธศาสนาขึ้นแห่งแรกในราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 บนเขาที่มีทิวทัศน์งดงามนามว่า เอ๋อเหมยซัน หรือตามที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “เขาง้อไบ๊” ตั้งแต่นั้นทิวเขาแห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่ตั้งของวัดพุทธที่สำคัญของประเทศ หลายศตวรรษผ่านพ้นไป สั่งสมคุณค่าและได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางพุทธศาสนาที่สำคัญของชาวจีน ซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึงพระพุทธรูปที่ขึ้นชื่อที่สุด คือ พระพุทธรูปเล่อซัน ที่มีความสูงเป็นที่สุดในโลกขุนเขาแห่งพุทธ และแหล่งศึกษาพันธุกรรม
เขาเอ๋อเหมยซัน เรียกอีกชื่อว่า ต้ากวงหมิงซัน ‘เทือกเขาแห่งแสงสว่าง’ เป็นหนึ่งในสี่ขุนเขาใหญ่ที่เป็นรากฐานของพุทธศาสนาในจีน ( เอ๋อเหมยซันในมณฑลเสฉวน พู่ถัวซันในมณฑลเจ้อเจียง จิ่วหัวซันในมณฑลอันฮุย และอู่ไถซันในมณฑลซันซี ) ตั้งอยู่ทางตอนกลางส่วนใต้ของมณฑลเสฉวน บนพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างที่ราบสูงทิเบต กับที่ราบแอ่งกระทะเสฉวน มียอดเขาพระพุทธรูปหมื่นองค์ วั่นฝอ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดโดยมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,099 เมตร
ตามหลักฐานทางโบราณคดี ชี้ให้เห็นว่า เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 1 บรรพบุรุษของชาวจีนรังสรรค์และก่อร่างอารยธรรมแห่งพุทธศาสนา ซึ่งเผยแผ่มาจากดินแดนชมพูทวีปตาม 'เส้นทางสายแพรไหม' ขึ้นบนเขาเอ๋อเหมยซันเป็นครั้งแรก โดยการก่อสร้างวิหารผู่กวงเตี้ยน (普光殿) บนยอดเขาจินติ่ง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่มีการปลูกสร้างโบราณสถาน รูปสลัก การประดิษฐ์สังฆภัณฑ์ งานศิลปะ ดนตรี ตลอดจนริเริ่มพีธีกรรมทางศาสนา ในเวลาต่อๆมา วิหารถงเตี้ยน (铜殿) บนยอดเขา จินติ่ง ซึ่งมีความสูงเหนือ ระดับน้ำทะเล 3,077 เมตร
ศิลปะวัดพุทธที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ปรากฏบนเขาเอ๋อเหมยซัน ได้รับการโจษขานให้เป็น ‘มงกุฎสุดยอดในปฐพี’ ที่ประดับอยู่ ณ ยอดเขาแห่งพุทธ วัดวาอารามที่อยู่บนเขารวมทั้งสิ้น 30 กว่าแห่ง ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีอาณาเขตกว้างขวางมีอยู่ถึง 10 กว่าแห่ง และยังประกอบด้วยกลุ่มโบราณสถานสมัย ราชวงศ์หมิง และ ชิง ที่มีประวัติศาสตร์ ยาวนานกว่า 2,000 ปี พระพุทธรูปสลักสมัย ถัง และ ซ่ง เจดีย์หยก และกลุ่มสุสานที่หน้าผาสมัยราชวงศ์ฮั่น ยังอุดมด้วยโบราณวัตถุล้ำค่าอีกกว่า 7,000 กว่าชิ้น
นอกจากความโด่งดังในฐานะที่เป็นยอดเขาแห่งตำนานของแผ่นดินพระภูผา เซียน และวัฒนธรรมประวัติศาสตร์อันเรืองรองแล้ว เสน่ห์งดงามของธรรมชาติอันตระการตา ยังทำให้ชื่อเสียงของเทือกเขาแห่งนี้ขจรขจายไปทั่วทั้งในและต่างประเทศ
กวีชื่อดังหลายท่านของจีนในอดีต อาทิ กวีสมัยถัง หลี่ไป๋ ท่านซูตงพอ กวีสมัยซ่ง หรือนักเขียนวรรณกรรมยุคใหม่ กัวม่อลั่ว ได้เคยฝากผลงานกวีนิพนธ์ ชื่นชมความงามและพรรณนาคุณค่าแห่งเทือกเขาเอ๋อเหมยซันนี้ไว้หลายยุคหลายสมัย
คุณสมบัติทางธรรมชาติประการหนึ่ง ที่ทำให้เขาเอ๋อเหมยซันมีความสำคัญต่อประเทศจีนอย่างยิ่ง คือ ความสมบูรณ์ทางภูมิประเทศและทางธรณี เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมของชั้นหินที่มีมาแต่ ยุคแคมเบรียน จึงเป็นโรงเรียนกลางแจ้งที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยเรื่องวิวัฒนาการของเปลือกโลกและสิ่งมีชีวิตบนโลก
นอกจากนี้ยังเป็น แหล่งพืชพันธุ์ธรรมชาติอันมีค่า โดยเฉพาะการเป็นแหล่งปกคลุมของพืชเขตร้อน ซึ่งอุดมด้วยพืชชั้นสูงถึง 242 ตระกูล แยกเป็น 3,200 กว่าชนิด มีพื้นที่ป่าปกคลุมถึง 87% จึงเป็นแหล่งศึกษาวิจัยพันธุ์พืชหายากของโลก
ทั้งนี้จำแนกเป็นพันธุ์พืชในประเทศจีน พันธุ์พืชในแถบพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างจีนกับเขตเทือกเขาหิมาลัย และพันธุ์พืชแถบเอเชียญี่ปุ่น พืชชั้นสูงบุพกาลที่อยู่ในภาวะวิกฤต และมีเฉพาะในประเทศจีน มีความหลากหลายถึง 100 กว่าชนิด ในจำนวนนี้มี 31 ชนิด ที่ทางรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นพันธุ์พืชคุ้มครอง รวมถึงพืชที่ใช้ทำยาสมุนไพรอีก 200 กว่าตระกูลทะเลหมอกบนเขาง้อไบ๊มีให้เห็นทั้งปี
เขาเอ๋อเหมยซัน ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรม ของสัตว์ในถิ่นเหนือยุคเก่า คาบเกี่ยวกับถิ่นเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะสัตว์หายากในถิ่นเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก และกลุ่มที่อาศัยอยู่บนแถบที่ราบสูง ซึ่งมีมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์
สำนักง้อไบ๊ เป็นสำนักนางชีที่มีชื่อด้านกำลังภายใน ปรากฏในนิยายกำลังภายในของกิมย้ง ในภาษาจีนกลาง เรียกว่า เอ้อเหมย ซึ่งเป็นเขาที่มีอยู่จริง เชื่อกันว่าบนเขาเอ้อเหมยมี สิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตย์อยู่ เป็นหนทางที่สามารถเชื่อมต่อกับสวรรค์ได้ เพราะบนยอดเขามักจะมีคนพบเห็นแสงสว่างที่เป็นรัศมีเรืองรองอยู่บ่อยๆ ซึ่งนั่นเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แสงอาทิตย์ทำมุมตกกระทบกับยอดเขานั่นเอง |